• February 9, 2023

“โรแยล พลัส” เดินหน้าเข้าเทรด SET ปีนี้ ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง

บมจ.โรแยล พลัส หรือ PLUS ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำผลไม้ และเครื่องดื่ม กางแผนเข้าจดทะเบียนใน SET ล่าสุด ก.ล.ต. ไฟเขียวนับหนึ่งไฟลิ่ง เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 170 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.4%

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 นายพลแสง แซ่เบ๊ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท โรแยล พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ PLUS ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำผลไม้ และเครื่องดื่ม เปิดเผยว่า บริษัทวางกลยุทธ์มุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีคุณภาพ ด้วยนวัตกรรมอย่างไม่หยุดนิ่ง บวกประสบการณ์ความสุขให้ผู้บริโภคทั่วโลก พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนอย่างยั่งยืน ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนครั้งแรก (IPO) จำนวน 170 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.4% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้

โดยมีมูลค่าที่ตราไว้ (Par value) 0.50 บาทต่อหุ้น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อสนับสนุนให้ PLUS มีศักยภาพและความพร้อมสูงในการเติบโตรองรับความต้องการของลูกค้า

โดยบริษัทมีความเชื่อมั่นในจุดแข็งและรสชาติของเครื่องดื่ม อย่างเช่น มะพร้าวที่ปลูกในประเทศไทย ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และถูกปากผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมทั้งวางเป้าหมายในการดําเนินธุรกิจ

โดยมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่รักสุขภาพ และชื่นชอบวัตถุดิบธรรมชาติ (Natural Ingredients) ด้วยนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง ขยายฐานตลาดจากคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ (Partnership) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้การสร้างแบรนด์สินค้าของ PLUS ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก

ปัจจุบัน PLUS มี 5 สายการผลิต สามารถรองรับการผลิตสูงสุดได้ 197.8 ล้านขวดต่อปี นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2564 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ได้อนุมัติแผนการขยายกำลังการผลิตโดยการเพิ่มสายการผลิตสายที่ 6 ซึ่งเป็นสายการผลิตระบบการบรรจุแบบปลอดเชื้อ (Aseptic) สำหรับขวดพลาสติกแบบ PET กำลังการผลิต 400 ขวดต่อนาที เพื่อเตรียมกำลังการผลิตให้เพียงพอต่อการเติบโตของยอดขายในอนาคต

โดย PLUS จะพิจารณาเข้าลงทุนในระยะเวลาที่เหมาะสม เมื่อยอดขายที่ว่าจ้าง OEM ผลิตสินค้าแบบขวด Aseptic ในระยะแรกได้รับผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจและเห็นถึงอัตราการเติบโตที่คาดว่าจะยั่งยืน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผลการดำเนินงานของ PLUS และผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น

“PLUS จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปใช้ลงทุนในโครงการขยายโรงงานและลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม จ่ายคืนหนี้สินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจ เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทในอนาคต อีกทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานของบริษัทเข้าสู่มาตรฐานสากล เพิ่มความน่าเชื่อถือในด้านภาพลักษณ์ ให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้าและคู่ค้า รวมถึงเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน”

นายพลแสง กล่าวว่า PLUS เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มรายใหญ่ โดยมีสินค้าแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มน้ำผลไม้ ได้แก่ เครื่องดื่มน้ำนมมะพร้าว แบรนด์ Coco Royal เครื่องดื่มน้ำมะพร้าว ภายใต้แบรนด์ของบริษัท Coco Royal เครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมเม็ดแมงลัก แบรนด์ Nita เครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมเมล็ดเชีย ภายใต้แบรนด์ Coco Royal และ Mabu

นอกจากนี้ กลุ่มเครื่องดื่มทั่วไป ได้แก่ ชานม แบรนด์ Mabu เครื่องดื่มวิตามิน แบรนด์ C-Boom และเครื่องดื่มอื่น ๆ เช่น นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มกาแฟผสมน้ำนมมะพร้าว แบรนด์ Coco Coff โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้ากลุ่มรับจ้างผลิต (OEM) นอกจากนี้ PLUS ได้พัฒนาและทำการตลาดสินค้า แบรนด์ที่ PLUS พัฒนาเอง (Company Brand) อีกด้วย

ทั้งนี้ PLUS มีกลยุทธ์ทำธุรกิจในการส่งออกสินค้าไปทั่วโลก ส่งผลให้มีรายได้จากการขายอยู่ในรูปสกุลเงินต่างประเทศในสัดส่วนสูง ซึ่งแม้ว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าตั้งแต่ปี 2561 แต่รายได้จากการขายของ PLUS ระหว่างปี 2561 – 2563 ยังสามารถเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 18.4% สาเหตุจากกลยุทธ์ของ PLUS ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็ว และการขยายฐานลูกค้าสำหรับตลาดใหม่ รวมถึงสินค้าของ PLUS มีรสชาติที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค

PLUS ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไปหลายประเทศในหลายทวีป โดยสัดส่วนรายได้ในปี 2563 และในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 98.9% และ 98.9% ตามลำดับ เป็นรายได้มาจากการส่งออก โดยมีประเทศคู่ค้าหลักอยู่ในทวีปต่าง ๆ ได้แก่ ทวีปอเมริกา ทวีปเอเชีย และทวีปยุโรป ทั้งนี้ PLUS ได้รับการรับรองคุณภาพที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลหลายรายการ ได้แก่ ISO 22000, FSSC 22000, GMP, HACCP และ U.S. FDA Standard, Halal การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในครั้งนี้ จึงเป็นการสนับสนุนและพัฒนา เพื่อรองรับโอกาสเติบโตในอนาคต

นางสาวสุวิมล ศรีโสภาจิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) บริษัท โรแยล พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ PLUS เรียบร้อยแล้วตามแผน คาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หมวดธุรกิจอุตสาหกรรม คาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนภายในไตรมาส 2 ปี 2565

โดยปัจจุบัน PLUS มีทุนจดทะเบียน 335 ล้านบาท ทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว 250 ล้านบาท และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการที่เหลือหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และทุนสำรองต่าง ๆ ตามกฎหมาย ด้านโครงสร้างของผู้ถือหุ้น ประกอบด้วยกลุ่มนายพลแสง แซ่เบ๊ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ก่อตั้งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ สัดส่วนก่อนและหลัง IPO ที่ 77.7% และ 57.9% ตามลำดับ และผู้ถือหุ้นอื่น ๆ ถือหุ้นรวมกัน ในสัดส่วนก่อนและหลัง IPO ที่ 22.3% และ 16.7% ตามลำดับ

สำหรับฐานะทางการเงินตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2561 – 2563) บริษัทมีรายได้รวมในปี 2561 – 2563 อยู่ที่ 802.3 ล้านบาท 898.4 ล้านบาท และ 1,106.5 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น แม้ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 คำสั่งซื้อจากสหรัฐอเมริกาในกลุ่มน้ำมะพร้าวก็มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากผู้บริโภคกักตุนสินค้าบริโภคในช่วง Lockdown และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1.3 ล้านบาท 11.7 ล้านบาท 57.2 ล้านบาท ตามลำดับ

โดยคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 0.2%, 1.3% และ 5.2% ตามลำดับ เนื่องจากการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และการประหยัดเนื่องจากขนาดซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้ง กลยุทธ์การเน้นการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ได้แก่ กลุ่มน้ำมะพร้าว ควบคู่การควบคุมค่าใช้จ่าย

และในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 มีรายได้รวมเท่ากับ 765.3 ล้านบาท มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 60.7 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกำไรสุทธิที่มากกว่ากำไรสุทธิของปี 2563 เรียบร้อยแล้ว โดยคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 7.9% เนื่องจากการบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง

“มองว่าโอกาสของ PLUS หลังจากบริษัทเข้าจดทะเบียนใน SET จะทำให้บริษัทมีความพร้อมมากขึ้นในการขยายธุรกิจ บริษัทคาดว่าจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ลงทุนในโครงการขยายโรงงานและลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

นอกจากนั้นการเข้าจดทะเบียนในครั้งนี้ ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานของบริษัทให้เป็นมาตรฐานสากล เพิ่มความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้าและคู่ค้า เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ในฐานะบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินกิจการภายใต้หลักบรรษัทภิบาล มีความยั่งยืนและมีความโปร่งใส ก้าวสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจเครื่องดื่มออกสู่ตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต” นางสาวสุวิมลกล่าว

อ้างอิง
https://www.prachachat.net/finance