• February 9, 2023

เดอะ วัน ประกันภัย: เปิดไทม์ไลน์ ก่อนปิดตำนาน กระอักยอดเคลม “เจอ จ่าย จบ”

 

เปิดไทม์ไลน์ก่อน เดอะ วัน ประกันภัย ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เหตุบริษัทประสบปัญหาการเงิน ยอดเคลม เจอ จ่าย จบ จากผู้ติดเชื้อโควิด-19

วันที่ 13 ธันวาคม 2564 นายอรรถพล พิบูลธนพัฒนา ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ของบริษัท เดอะ วัน ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่ประสบปัญหาจากการรับประกันภัยโควิด-19 ประเภท เจอ จ่าย จบ จนกระทั่งอัตราการเคลมพุ่งสูง

ส่งผลกระทบฐานะการเงินของบริษัท และผู้ถือหุ้นตัดสินใจไม่เพิ่มทุนซื้อหวยออนไลน์ถูกกฎหมายมั่นใจได้ โดยทาง คปภ. ได้มีคำสั่งให้หยุดรับประกันภัยชั่วคราว และเร่งแก้ไขฐานะการเงิน สุดท้าย รมว.คลังมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในที่สุด

รมว.คลัง เพิกถอนใบอนุญาต “เดอะ วัน ประกันภัย”
เดอะ วัน ประกันภัย: ลูกค้าต้องทำอย่างไร ? หลังบริษัทถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ก่อนปี 2560-2562
-เดิมบริษัท ใช้ชื่อ บริษัท สินทรัพย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้ติดตามสถานการณ์ของบริษัทมาก่อนปี 2560 เนื่องจากอยู่ในบริษัทที่ถูกจัดลำดับเป็นบริษัทที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง

-เดิมบริษัทรับประกันภัยรถยนต์เป็นหลัก และมีผลขาดทุนต่อเนื่องจากการรับประกันภัยรถยนต์ดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2560-2562

-หลังจากนั้นบริษัทมีการเปลี่ยนผู้บริหาร และปรับนโยบายมารับประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์มากขึ้น เพื่อให้มีกำไรเพิ่มขึ้น

ปี 2563
-บริษัทเริ่มขายประกันภัยคุ้มครองโควิด-19 แบบเจอ จ่าย จบ

ปี 2564
-เดือน เม.ย. บริษัทยังมีกำไรจากการรับประกันโควิดอยู่ แต่หลังจากนั้นที่มีการติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นอย่างมาก

-ช่วงกลางปี อัตราการเคลมอยู่ที่ 199% ถือว่าขาดทุนแน่นอน แต่ทางบริษัทยืนยันว่า ยังมีรายได้จากการรับประกันภัยประเภทอื่นมารองรับได้อยู่

-ราวเดือน ก.ค. มีบริษัทประกันภัยรายหนึ่งประกาศบอกเลิกกรมธรรม์โควิด เจอ จ่าย จบ แต่สำนักงาน คปภ. ออกประกาศว่ายกเลิกไม่ได้

-เดือน ส.ค. บริษัท ได้เพิ่มทุน 200 ล้านบาท เป็นครั้งแรก

-เดือน ก.ย. บริษัทได้กู้เงินเข้ามาเพื่อชำระค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัย โดยสำนักงาน คปภ. ได้ผ่อนผันในเรื่องการดำรงเงินกองทุนให้กับบริษัท

-เดือน ต.ค. บริษัทมียอดเคลมเข้ามามากกว่า 2,000 ล้านบาท

-26 พ.ย. บริษัทมีนัดจ่ายสินไหมทดแทนให้ผู้เอาประกันกว่า 200 ราย และ แจ้งว่าจะนำเงินกู้เข้ามาจ่ายเคลมกว่า 300 ล้านบาท แต่สุดท้ายแล้วไม่มีการดำเนินการ ทำให้มีข้อร้องเรียนเข้ามาทางสำนักงาน คปภ. จำนวนมาก

-29 พ.ย. บริษัทประกาศหยุดดำเนินการโดยไม่มีเหตุอันควร

-30 พ.ย. บริษัท เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณามติเรื่องการเพิ่มทุน ซึ่งที่ประชุมมีมติไม่เพิ่มทุน โดยทางสำนักงาน คปภ. ได้สอบถามว่าจะมีเงินกู้เข้ามาเพิ่มเติมหรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่มี ซึ่งในขณะนั้นมียอดหนี้เคลมโควิดเกือบ 3,000 ล้านบาท แต่บริษัทไม่มีเงินกู้เข้ามาและไม่เพิ่มทุน สำนักงาน คปภ. จึงเสนอคณะกรรมการ คปภ. ใช้อำนาจสั่งให้ “หยุดรับประกันภัยชั่วคราว”

-1 ธ.ค. สำนักงาน คปภ. ออกประกาศคำสั่งให้บริษัท “หยุดรับประกันภัยชั่วคราว” และ ให้แก้ไขฐานะการเงิน รวมถึงชดใช้ค่าสินไหมให้กับผู้เอาประกัน

-2-13 ธ.ค. สำนักงาน คปภ. ได้เข้าควบคุมดูแลการจ่ายเงินเพื่อดูแลผู้เอาประกัน รวม 6 วันทำการ ซึ่งมีการจ่ายสินไหม ทั้งประกันโควิดและประกันรถยนต์รวมแล้ว 109 ล้านบาท ให้แก่ผู้เอาประกันภัยจำนวน 31,200 ราย

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาแล้วจากที่บริษัทมีสินทรัพย์กว่า 3,000 ล้านบาท แต่มีหนี้สินทรัพย์กว่า 6,000 ล้านบาท ส่วนของเจ้าของประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท มีสินไหมค้างจ่ายราว 2,700 ล้านบาท สรุปได้ว่า บริษัทมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน มีเงินกองทุนไม่เพียงพอ และ ไม่มีการเพิ่มทุน รวมถึงประวิงเวลาจ่ายค่าสินไหมทดแทน

-13 ธ.ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตการประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย และ ดำเนินการชำระบัญชี ดูแลผู้เอาประกันภัยต่อไป