• February 9, 2023

บทเรียนนักเก็งกำไรหุ้น PSG

สุนันท์ ศรีจันทรา
บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSG เคยติดอันดับหุ้นที่ร้อนจัดมากที่สุดอันดับ 3 ประจำปี 2564 ราคาหุ้นพุ่ง 1,350% แต่ปัจจุบันสิ้นฤทธิ์ ราคาทรุดลงต่อเนื่อง ทำให้นักเก็งกำไรติดค้างอยู่ยอดดอยจำนวนมาก

PSG มีการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่และโครงสร้างการบริหาร ช่วงปลายปี 2564 หลังจากบริษัทออกหุ้นเพิ่มทุน จำนวน 5.4 หมื่นล้านหุ้น เสนอขายให้กลุ่มนางปณิชา ดาว ในราคาหุ้นละ 2 สตางค์ จากราคาพาร์ 1 บาท

ก่อนที่กลุ่มนางปณิชา เข้ามาซื้อหุ้น PSG อยู่ในสภาพตายซาก ราคาเคลื่อนไหวไม่กี่สตางค์ ผลประกอบการบริษัทย่ำแย่ ขาดทุนต่อเนื่อง จนมีปัญหาฐานะทางการเงิน และถูกตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย “C” เนื่องจากมูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ของทุนจดทะเบียน

เมื่อกลุ่มนางปณิชา ถือหุ้นใหญ่ ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทจากบริษัท ที เอ็นจีเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ T เป็นบริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

หุ้น PSG มีความคึกคักผิดหูผิดตาเมื่อผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มใหม่เข้ามา โดยราคาหุ้นพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง จากราคาปิดที่ 4 สตางค์ ในสิ้นปี 2563 พุ่งทะยานขึ้นมาปิดที่ 58 สตางค์ เมื่อสิ้นปี 2564 เพิ่มขึ้น 54 สตางค์ หรือเพิ่มขึ้น 1,350% แม้ตลาดหลักทรัพย์จะประกาศใช้มาตรการกำกับการซื้อขายนับครั้งถ้วนก็ตาม แต่ไม่อาจสกัดความร้อนแรงหุ้นตัวนี้ได้

ย่างเข้าสู่ปี 2565 ปฏิบัติการลากหุ้น PSG ยังไม่ยุติ ราคายังพุ่งต่อ จนเมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา บริษัทแจ้งข่าวดีชิ้นใหญ่ โดยได้รับการคัดเลือกให้ชนะประมูลก่อสร้างโครงการขยายกำลังผลิตถ่านหิน ในประเทศลาว วงเงิน 8,895 ล้านบาท

ราคาหุ้น PSG ขานรับข่าวชนะประมูลงานก่อสร้างในลาว โดยระหว่างชั่วโมงซื้อขาย ราคาหุ้นถูกลากขึ้นไปที่ 1.48 บาท ซึ่งเป็นราคาสูงสุด ก่อนจะปิดรอบขาขึ้น เพราะหลังจากนั้นราคาดิ่งลง จนลงไปต่ำสุดที่ 77 สตางค์ ระหว่างชั่วโมงซื้อขายวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา

ล่าสุด วันที่ 21 มีนาคม PSG ปิดที่ 92 สตางค์ ลดลงจากจุดที่เคยถูกลากขึ้นไปสูงสุด 68 สตางค์ หรือลดลง 45.94%

เกมลากหุ้น PSG จบลงแล้ว เมื่อบริษัทประกาศข่าวดีชิ้นใหญ่ ชนะงานประมูลก่อสร้างในลาวมูลค่า 8,895 ล้านบาท แต่คำถามคือ มีใครรู้ล่วงหน้าว่า PSG จะต้องชนะการประมูลงานก่อสร้างในลาว

และมีใครเข้ามาช้อนหุ้นเก็บ มีใครใช้ข้อมูลภายใน หรืออินไซด์ไล่ราคาหุ้นเพื่อดักรับข่าวดีล่วงหน้าหรือไม่

กลุ่มนางปณิชา รวยมหาศาลไปแล้วจากราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้น เพราะซื้อหุ้นต้นทุนต่ำราคาเพียง 2 สตางค์ จำนวนกว่า 5.4 หมื่นล้านหุ้น

นักลงทุนขาใหญ่ หรือเจ้ามือหุ้นน่าจะขายหุ้น โกยกำไรก้อนโตในช่วงที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ขณะที่นักเก็งกำไรรายย่อยกลายเป็นหมูวิ่งชนปังตอ ต้องแบกหุ้นต้นทุนสูงไว้ โดยหวังว่า ราคาหุ้นจะดีดกลับไปสู่จุดสูงสุดเดิม ซึ่งไม่รู้จะได้เห็นหรือไม่

เพราะขาใหญ่ หรือเจ้ามือเผ่นออกไปแล้ว ลอยนวลไปพร้อมกับเงินก้อนใหญ่ โดยไม่ต้องชดใช้การกระทำใดๆ ทั้งที่ราคาหุ้น PSG เคลื่อนไหวผิดปกติมากแรมปี

ปี 2564 มีหุ้นร้อนและพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่ปกติหลายสิบบริษัท แต่นักเก็งกำไรกลับแห่ตามเข้าไปลุยแลกหมัดวัดดวง และเสียหายกันหนัก โดยไม่สามารถจับรายใหญ่หรือเจ้ามือคนใดมาชดใช้ความผิดในการลากนักลงทุนไปเชือดได้

เช่นเดียวกับหุ้น PSG ที่ตอกย้ำบทเรียนอันเจ็บปวดให้นักเก็งกำไร และวันนี้ ตลาดหลักทรัพย์ หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยังไม่สามารถให้คำตอบว่า

ใครอยู่เบื้องหลังการลากราคาหุ้น PSG กว่า 1 ปีที่ผ่านมา

อ้างอิง
https://m.mgronline.com/stockmarket